มนุษย์เราทุกคนเกิดมา ย่อมต้องเผชิญหน้ากับ "ปัญหา" และ "ความทุกข์" เป็นของตัวเองกันทั้งนั้นใช่ไหมครับ? หลายครั้งเวลาที่เราเจอมรสุมชีวิตถาโถมเข้ามา เรามักจะรู้สึกมืดแปดด้าน ร้องไห้ ฟูมฟาย และรู้สึกว่าทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายกับเราเหลือเกิน ยิ่งระบายให้คนอื่นฟังเป็นพันครั้ง ก็ไม่มีใครเข้าใจความเจ็บปวดของเราได้ดีเท่าตัวเราเอง
แต่เคยสังเกตไหมครับ? เรื่องเดียวกันแท้ๆ แต่อยู่ในมุมที่ต่างกัน...
ถ้าเกิดกับตัวเราเอง: หน้าจอชีวิตจะพร่ามัว ทันที หาทางออกไม่เจอ มืดมนไปหมด
ถ้าเกิดกับคนอื่น: เรากลับมองเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจน มีสติ และสามารถช่วยหาทางออกให้กับเขาได้เป็นฉากๆ
นั่นเป็นเพราะว่าเวลาเป็นเรื่องของเรา จิตเราจะเข้าไปกระโดดกอดมันไว้ ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็น "ตัวกู ปัญหาของกู" มันจึงทุกข์หนัก! วันนี้เรามาลองเปลี่ยนบทบาทด้วยการ "คิดให้โปร่ง ปล่อยวางให้เป็น" ด้วยวิธีคิดง่ายๆ ที่จะช่วยดับไฟในใจก่อนนอนกันครับ
พลิกมุมคิด: เปลี่ยนตัวเองจาก "คนจม" มาเป็น "คนมอง"
วิธีแก้ทุกข์ที่เร็วที่สุดคือ "การลองคิดว่าปัญหานั้น ไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของใครสักคน"
เมื่อเราเปลี่ยนบทบาทมาเป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์" อาการฟูมฟายและเจ็บปวดจะลดลงทันที จิตใจจะเริ่มนิ่งพอที่จะมองเห็นหนทางแก้ไข เหมือนดั่งคำสอนสัจธรรมที่องค์ท่านองค์ดาไล ลามะ เคยกล่าวเอาไว้ว่า:
"ถ้าปัญหาไหนแกไขได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวล... แต่ถ้าปัญหาไหนแก้ไขไม่ได้ กังวลไปก็ไม่มีประโยชน์"
ถ้าปัญหาแก้ไขได้: สักวันเมื่อสติเรากลับมา เราจะจัดแกมันได้เอง หากตอนนี้คิดไม่ตก ลองเก็บปัญหานั้นใส่ลิ้นชักไว้ก่อน ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่คลี่คลาย เหมือนปมเชือกที่พอนานวันเข้ามันก็เปื่อยและหลุดออกไปเอง จิตพร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาคิดใหม่
ถ้าปัญหาแก้ไขไม่ได้จริงๆ: การไปจมอยู่กับมันมีแต่จะซ้ำเติมตัวเอง การปลงและ "ปล่อยวาง" คือการหยุดยั้งไม่ให้ความทุกข์ลุกลามเข้ามาเผาไหม้จิตใจของเราต่อไป
ปล่อยหินในมือ... ก่อนที่เลือดจะไหล
ความทุกข์ก็เหมือนกับการที่เรา "เอามือกำก้อนหินเอาไว้แน่น" ยิ่งกำแน่นก็ยิ่งหนัก ยิ่งทนถือก็ยิ่งเจ็บจนบางครั้งบาดมือจนเลือดไหล แค่เราแบมือแล้ว "ปล่อย" ก้อนหินนั้นร่วงลงพื้น มือเราก็จะเบา โล่ง และแผลในใจก็จะค่อยๆ ทุเลาลงจนหายสนิท
แม้แต่เรื่องของความเจ็บไข้ได้ป่วย หรือความแก่ ความตาย ที่ไม่มีใครหนีพ้น หากคิดเป็น... เราจะไม่ทุกข์ใจเลย ทุกคนเกิดมาก็ต้องจากโลกนี้ไปเหมือนกันหมด การมองเห็นความทุกข์จากการป่วยไข้ จะช่วยเตือนสติไม่ให้เราลืมตัว ไม่ให้เราหลงเพลิดเพลินไปกับรูป รส กลิ่น เสียง จนลืมสัจธรรมของชีวิตครับ
ร่วมรับฟังเสียงธรรมะ "ปัญหา... มองให้เป็นของเราหรือของใครสักคน"
หากคุณกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า สะสมความเครียดมาตลอดทั้งวัน อยากชวนมาพักจิตใจ สลัดความทุกข์ทิ้งไป พร้อมรับฟังเสียงธรรมะบรรยายแบบเต็มรูปแบบ ที่จะช่วยกล่อมเกลาให้จิตใจสงบ สงบเย็น และหลับสบายในค่ำคืนนี้ สามารถกดรับชมและรับฟังได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้เลยครับ:
ปล่อยวางความเครียด ดับไฟในใจก่อนนอน
ในแต่ละวันที่เราต้องออกไปใช้ชีวิต เผชิญหน้ากับผู้คน การทำงาน และเรื่องราวมากมาย จิตใจของเรามักจะสะสมความเหนื่อยล้า ความกังวล และความทุกข์เอาไว้โดยไม่รู้ตัว การนอนหลับทั้งๆ ที่จิตใจยังว้าวุ่นฟุ้งซ่าน นอกจากจะทำให้นอนหลับไม่สนิทแล้ว ยังทำให้ตื่นมาพร้อมกับความหม่นหมองอีกด้วย
การแบ่งเวลาสั้นๆ ก่อนนอนมานั่งสงบจิตใจ สลัดเรื่องราวหนักๆ ที่แบกไว้ตลอดทั้งวัน แล้วน้อมนำเอาพระธรรมคำสอนมาช่วยกล่อมเกลาจิตใจ เป็นอุบายชั้นยอดที่จะช่วยให้เรา "ปล่อยวางได้เร็วขึ้น" มองเห็นปัญหาตามความเป็นจริง และพบกับความสงบเย็นภายในใจ
ลองปล่อยวางทุกเรื่องราวในวันนี้ลงชั่วคราว แล้วมาร่วมรับฟังเสียงธรรมบรรยายเพื่อคลายทุกข์ คลายเครียด และเติมพลังบวกให้กับจิตใจไปพร้อมๆ กันในค่ำคืนนี้ครับ
หวังว่าแง่คิดและข้อคิดสอนใจจากหนังสือ "ปัญหาไม่มา ปัญญาไม่มี" ในบทความนี้ จะช่วยคลายทุกข์และให้สติกับทุกท่านนะครับ
หากชื่นชอบคลิปธรรมะสอนใจ คลายเครียดก่อนนอนแบบนี้ อย่าลืมกดแชร์ส่งต่อเป็นธรรมทาน และกดติดตาม (Subscribe) พร้อมเปิดกระดิ่งแจ้งเตือนช่อง YouTube "ฟัง ธรรมะ สอนใจ ก่อนนอน" ของเราไว้ด้วยนะครับ ขอให้อานิสงส์แห่งการฟังธรรมนำพาให้ทุกท่านนอนหลับฝันดี จิตใจผ่องใสในคืนนี้ครับ สวัสดีครับ
กดติดตามช่องยูทูปที่นี่ครับ ฟัง ธรรมะ สอนใจ ก่อนนอน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น